57

    ตอนที่ 57 ไปเลย! อดัม! !


"เริ่มครึ่งหลังมา เชลซี เปลี่ยนตัว!!" เหอหงฟาที่นั่งอยู่ในห้องถ่ายทอดสดพูดด้วยความตื่นเต้น "ด้วยการใช้ทีมจากลีกทู บีบให้สโคราลี่ต้องจนมุมถึงเพียงนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของโค้ชเกาป๋อ!!"


   การเปลี่ยนตัวตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง แสดงให้เห็นว่า เชลซี เล่นได้ไม่ดีนักในครึ่งแรก ซึ่งทำให้สโคลารี่ ต้องเปลี่ยนตัวในช่วงเริ่มต้นครึ่งหลัง


   "ดร็อกบาลงสนาม... โอ้เขาเข้ามาแทน... โจ โคล!!"


   “ตอนนี้เชลซีมีกองหน้าสองคนในสนาม และลูตันน่าจะโดนกดดันมากขึ้นในครึ่งหลัง!! มาดูกันว่าโค้ชเกาป๋อจะทำตอบโต้ยังไง!”


   เกาป๋อจะตอบโต้ยังไง?


   หลังจากที่ดร็อกบาลงสนาม เกาป๋อรู้สึกประหม่าเล็กน้อย กองหน้าชาวไอวอรี่โคสต์นั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเก่งแค่ไหน เขาเป็นห่วงนิดๆว่าจอร์จ ปาร์กเกอร์และเจฟฟรีย์จะไม่สามารถหยุดการโจมตีจากกองหน้าผู้ทรงพลังคนนี้ได้




         สโคลารี่ที่นั่งบนม้านั่งของโค้ช หลังจากที่ดร็อกบาลงสนาม โค้ชเก่าแก่ชาวบราซิลก็นึกขึ้นได้ว่า หลังจากอับบลาโมวิชมาขัดจังหวะเขาเองก็ลืมบอกเรื่องตำแหน่งของดร็อกบาและอเนลก้า...



   "เชลซีจะเล่นหน้าคู่!!!"


  ดร็อกบาไม่สนใจว่าอเนลก้าจะทำอะไร หลังจากที่เขาลงไปในสนาม เขาก็ไปยืนตรงกลางอย่างเป็นธรรมชาติ


   อเนลก้าเองเจอแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน แต่กองหน้าชาวฝรั่งเศสก็ไม่อยากจะไปเล่นด้านข้าง



         แฟรงค์ แลมพาร์ด หัวหน้าทีมก็ปวดหัวเหมือนกัน โจ โคล ถูกเปลี่ยนตัว กองหน้าสองคนในแดนหน้าก็ไม่อยากไปเล่นด้านข้าง หัวหน้าโค้ชไม่ได้บอกว่าให้ทำไงตอนพักครึ่ง นี่ทำให้เชลซีมีตำแหน่งว่างตรงพื้นที่ทางขวา...


         สุดท้ายแลมพาร์ดก็ได้ขอให้มิเกลไปเล่นตรงกลางฝั่งขวา เดโก้มาอยู่ตรงกลางและแลมพาร์ดอยู่หน้าเดโก้อีกที  



   ด้วยการเปลี่ยนตำแหน่งยืนแผนตอนนี้ของเชลซีคือ 442 แบบมีกลางรุกและมีกองหน้าสองคนอยู่ด้านหน้า


   เกาป๋อยืนอยู่ข้างสนาม มือของเขาล้วงไปในกระเป๋ากางเกง แต่ท่าทางของเขาไม่ได้ผ่อนคลาย


   สโคลารีที่เห็นนักเตะเปลี่ยนแผนกันเองกำลังโมโหและจะเดินไปต่อว่า แต่เมื่อเดินออกจากม้านั่งแล้วเห็นท่าทางของเกาป๋อที่เหมือนจะประหม่า เขาก็เปลี่ยนความคิด



  ไหนๆโค้ชฝั่งตรงข้ามก็ทำท่ากลัวเชลซีที่เล่นแผนหน้าคู่แล้ว...ก็ลองดูละกัน!


   เกาป๋อไม่รู้ว่าการแสดงออกของเขาทำให้โค้ชเชลซีเปลี่ยนความตั้งใจ อันที่จริงความกังวลของเขามันค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่


   หลังจากเป็นกองหน้าคู่ เชลซีเริ่มบุกทางด้านข้าง


   แอชลี่ โคลและมารูด้า เจอกับเควิน คีนและมิทเชล ปิรัน เชลซีได้เปรียบด้านความสามารถเฉพาะตัวแน่นอน




         จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของชุดนักเตะตัวจริงของลูตัน คือจุดอ่อนด้านข้างเพราะความแข็งแกร่งส่วนตัวของฟูลแบ็คนั้นแค่ระกับลีกทู แต่พวกเขาต้องมาเจอคู่แข่งระดับพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะการมาเจอทีมที่แข็งแกร่งอย่างเชลซี พวกเขาเลยเสียเปรียบเมื่ออีกฝ่ายบุกด้านข้าง






   มารูด้าจับบอลและดึงตัวป้องกันอย่างเควิน คีน เข้ามาจากนั้นเขาก็จ่ายบอลออกข้าง



      หลังจากแอชลีย์ โคลได้บอล เขาที่เก็บกดเพราะแผนของสโคราลี่ทำให้ฟูลแบ็คหายไปในเกมบุกมานาน คราวนี้เขาได้โอกาสปลดปล่อยความสามารถในเกมบุกอย่างเต็มที่ในแผน 442 ซักที เขาเลี้ยงบอลราวกับกำลังควบม้าไปบนสนามหญ้า



   มิเชลโดนแอชลีย์ โคลผ่านไปอย่างง่ายดายจากนั้นเขาก็พยายามที่จะทำฟาล์ว แต่ก็พลาดในการเก็บแอชลีย์ โคล


   โชคดีที่กัปตันเควิน คีนค่อนข้างเก๋า เขาวิ่งมาซ้อนตำแหน่งมิทเชล ปิรันทัน



   แต่แอชลีย์ โคลไม่ได้ตั้งใจจะบุกไปข้างหน้าต่อไป เขาเปิดบอลด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเข้าไปในเขตโทษ!


   "ดร็อกบา!!!"


       เจฟฟรีย์พบว่าเขาเแพ้อย่างหมดท่าเมื่อเจอกับดร็อกบา ประสบการณ์ของฝ่ายตรงข้ามเยอะกว่าเขามาก จนสามารถเบียดเขาเข้าตำแหน่งอย่างง่ายดาย แม้ว่าเจฟฟรีย์ที่อายุน้อยจะปะทะกับเขาได้ดี แต่เขาก็เสียเปรียบเพราะตำแหน่ง ภายในสถานการณ์นั้น ไม่ว่าเขาจะกระโดดได้ดีแค่ไหน ก็ยากที่จะต่อกร เมื่อต้องปะทะกันแบบตัวต่อตัวเจฟฟรีย์ยังตามหลังดร็อกบาหลายก้าว!!



   ดร็อกบาเทคตัวขึ้นสูง สบัดหัวส่งบอลไปที่ประตู! !


   เกาป๋อรู้สึกว่าหัวใจของเขาแทบจะหล่นพื้น! !


  ฉันประเมินเชลซีต่ำเกินไป... เมื่อเชลซีเล่นในแบบที่ถนัด ลูตันก็โดนกดดันหนักจากความต่างของความแข็งแกร่ง...



   แต่เจฟฟรีย์และจอร์จ ปาร์กเกอร์ก็ยังคงขัดขวางการโหม่งของดร็อกบาเอาไว้ได้ ดร็อกบาที่พึ่งสัมผัสบอลเป็นครั้งแรกหลังจากลงสนามก็ยังไม่ค่อยชินเช่นกัน เขาโหม่งบอลสูงไปหน่อย


   แต่นี่ก็ทำให้นักเตะของลูตันกดดันมากพอ


   เจฟฟรีย์เสียเปรียบแบบสู้ไม่ได้เลยในการเผชิญหน้ากับดร็อกบา การเผชิญหน้าระหว่างกองหน้าจอมเก๋าที่มีจุดเด่นด่านความแข็งแกร่งอย่างดร็อกบา เจฟฟรีย์ที่ยังเด็กสู้ไม่ได้เลยไม่ว่าจะเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกาย ประสบการณ์ หรือเทคนิค...




   เจฟฟรีย์กัดฟันยืนขึ้น ตอนปะทะกับดร็อกบาบนอากาศ เขารู้สึกเหมือนกำลังสู้กับสัตว์ประหลาดอยู่จริงๆ!


   เกาป๋อพอจะเดาผลลัพธ์นี้ออก แม้ว่าเจฟฟรีย์จะได้รับโบนัสจากการ์ด แต่เขาก็ยังถือว่าห่างชั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับดร็อกบาโดยตรง


   เมื่อเห็นแววตาของเจฟฟรีย์ที่มองมายังข้างสนาม มันเหมือนกับสัตว์ตัวน้อยๆ ที่กำลังถูกทุบตีและต้องการหาที่หลบภัยจากสัตว์ร้ายตัวโตเต็มวัย...


   เกาป๋อยกนิ้วโป้งและยิ้มให้เจฟฟรีย์


   เจฟฟรีย์ที่โดนทำลายความมั่นใจตอนแรก กลับมามั่นใจอีกครั้ง


   โค้ชชมว่าฉันทำได้ดี! !


   ใช่แล้ว! !


   ฉันทำได้ดี อย่างน้อยดร็อกบาก็ยิงไม่ได้! !


   จิตวิญญาณการต่อสู้ของเจฟฟรีย์ยังไม่ได้พังทลายลง แต่เกาป๋อรู้ดีว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้กองหลังของเขาเจอกับกองหน้าอันทรงพลังของอีกฝ่ายตรงๆได้อีก



   กองกลางต้องระวังด้านข้างเพิ่ม


   "ก็องเต้!!! ระวังด้านข้าง!!!"


   เกาป๋อตะโกนใส่ก็องเต้! ในหมู่นักเตะตัวจริงของลูตัน นักเตะแนวรับที่น่าเชื่อถือที่สุดของเกาป๋อยังคงเป็นก็องเต้ ความแข็งแกร่งของก็องเต้สามารถรับผิดชอบพื้นที่ด้านหลังได้เกือบหมด


   ตอนนี้เชลซีได้เจอช่องว่างด้านข้างแล้ว คู่แข่งก็จะต้องบุกด้านนี้ต่อแน่นอน เมื่อด้านข้างกำลังโดนเจาะ กองกลางต้องไปช่วยตั้งรับด้านข้างด้วย


เชลซีกลับมาอีกครั้ง แอชลีย์ โคล ยังคงวิ่งด้านข้างด้วยความเร็วสูง แต่ตอนที่เขากำลังจะเปิดบอล ก็องเต้ก็เข้าสกัดอย่างหนักหน่วงและแย่งบอลจากเท้าของแอชลีย์โคล แอชลีย์โคลถึงกับถูกก็องเต้เบียดลงพื้น



   เกาป๋อถอนหายใจด้วยความโล่งอก ความฟิตของก็องเต้นั้นดีมาก นี่ทำให้เขาเกือบจะวิ่งไปทั่วสนามได้ แถมยังมีความสามารถในการสกัดที่แข็งแกร่ง ถือเป็นตัวป้องกันอเนกประสงค์สำหรับลูตัน เพราะเขาไปได้ทุกที่ที่ต้องการ...


   แต่ถึงจะไม่มีโอกาสได้เปิดบอลเหน่งๆเหมือนรอบก่อนแล้ว แต่เชลซีก็ยังหาที่ว่างเปิดบอลได้อยู่


   ในเกมครึ่งหลัง เชลซีบุกได้อันตรายมากกว่าในครึ่งแรก ดร็อกบาแข็งแกร่งมาก ในเขตโทษมักเห็นสุดยอดกองหน้าที่แข็งแกร่งราวหินผา กำลังอาศัยร่างกายปะทะเพื่อทำประตู





  การป้องกันของลูตันกำลังตกอยู่ในอันตราย! ! !


   เกาป๋อยืนอยู่ข้างสนาม เมื่อเขาเห็นดร็อกบากำลังโหม่งบอลใส่ลูตันอีกครั้ง เขาก็ทนไม่ได้อีกต่อไป...


   บอลข้ามคานไป เกาป๋อรีบตะโกนข้างสนาม


   “อดัม!! ไปวอร์ม!!!”


   หลังจากได้ยิน อดัมก็รีบสวมเสื้อฝึกซ้อมและวิ่งไปที่ข้างสนามทันที


   “นั่นพี่ชายฉัน!! พี่ชายฉันกำลังจะได้ลงเล่น!!” ในโซนเชียร์ของแฟนบอลลูตันอลัน ไวท์ที่สวมเสื้อหมายเลข 22 ของอดัม กำลังยืนขึ้นจากที่นั่งอย่างตื่นเต้น


“ลงไปแล้ว พอรับบอลปุ้บ!!! เคลื่อนที่ตามใจเลย ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา! หลังบุกทะลุไปได้ จ่ายหรือยิง นายตัดสินใจเอง!!!” ไม่กี่นาทีต่อมา เกาป๋อก็ปรากฏตัว เขาเอาแขนโอบไหล่ของอดัมและอธิบายข้างหูของเขา


   “จำไว้!! ไม่ต้องกลัวพวกมัน!! ความเร็วของแอชลีย์ โคลไม่มีวันตามนายทันหรอก!! เข้าใจมั้ย!!!”


   "ครับ!! บอส!!!"


   อดัมทำหน้าตื่นเต้น! !


   เกาป๋อตบไหล่เด็กชายอายุ 17 ปี


   “ไปเลย อดัม!”





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

66

67

64