56
บทที่ 56 พักครึ่ง
"ผมไม่พอใจผลงานของคุณในครึ่งแรก!!!"
สโคลารีโกรธจัดในห้องล็อกเกอร์ แต่มีแค่นักเตะเชลซีบางคนที่ตั้งใจฟัง ส่วนคนอื่นๆก็ทำสิ่งต่างๆ ของตัวเอง
เนื่องจากสโคราลี่พูดเป็นภาษาสเปน ภาษาอังกฤษของสโคราลี่ไม่ดีเท่าไหร่ จนถึงตอนนี้เขาต้องต้องพึ่งล่ามในการคุยกับนักเตะ...
"ครึ่งหลังเราต้องบุก!!"
หลังจากที่ล่ามส่งต่อคำพูดของสโคลารี นักเตะเชลซีก็หันกลับมาและฟังอย่างตั้งใจ
"ดิดิเยร์จะลงสนามในครึ่งหลัง!!"
ดร็อกบาที่นั่งอยู่ในห้องล็อกเกอร์ตื่นตัวขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคนี้
ในที่สุดชายแก่ชาวบราซิลคนนี้ก็คิดถึงฉันเมื่อเขาอยากบุก! !
ดร็อกบาได้รับบาดเจ็บตอนช่วงต้นฤดูกาล แต่หลังจากที่เขาหายจากอาการบาดเจ็บ ตำแหน่งตัวจริงของเขาก็ถูกอเนลก้าแย่งชิงไป หากเชลซียังคงรักษาความแข็งแกร่งในช่วงต้นฤดูกาลไว้ได้มันจะไม่มีอะไรเลย แต่ปัญหาก็คือในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ของเชลซีนั้นสามารถบรรยายได้ว่าแย่มาก กองหน้าตัวเดียวอย่างอเนลก้าก็มีปัญหาเรื่องการทำประตูเหมือนกัน
นี่เป็นเหตุผลที่สโคลารี่ควรพยายามใช้ดร็อกบาในตอนนี้ สื่อจำนวนมากได้กดดันให้เขาลองใช้กองหน้าคู่คือดร็อกบาร์และอเนลก้า แต่สโคราลี่ผู้ดื้อรั้นก็ยังดันทุลังจะใช้อเนลก้าเป็นกองหน้าเดี่ยว และปล่อยให้ดร็อกบาร์อยู่บนม้านั่งสำรอง
ความดื้อรั้นของสโคราลี่มันน่าเหลือเชื่อ...
ตาของอเนลก้าหรี่ลง เขาเริ่มรู้สึกกดดัน
ดร็อกบาร์ถือว่าเป็นนักเตะที่ทุกคนรู้ฝีมือดี ตัวจริงของอเนลก้าได้มาเพราะดร็อกบาร์บาดเจ็บ ถ้าดร็อกบาร์กำลังจะได้ลงและสโคราลี่ดึงดันจะใช้กองหน้าตัวเดียว เขาก็ต้องไปนั่งที่ม้านั่งสำรอง
ไม่มีผู้เล่นคนไหนเต็มใจที่จะเป็นสำรอง พวกเขาต่างต้องการจะลงเล่น นอกจากนี้ช่องว่างของรายได้ระหว่างตัวจริงและสำรองค่อนข้างชัดเจน ถ้าหากไปนั่งสำรองก็ไม่ต้องนึกถึงโบนัสที่จะได้ตอนลงเล่นและทำประตูเลย
นักเตะเชลซีคนอื่นๆ ก็มีการตอบสนองแตกต่างกัน
แลมพาร์ดและเช็กปลื้มปริ่ม เมื่อเทียบกับอเนลก้า ดร็อกบามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันกับนักเตะเชลซีรุ่นเก่าๆมากกว่า แถมยังมีความเข้าใจซึ่งกันและกันในระดับที่สูงมาก
และถึงแม้ว่าจะเป็นแผนกองหน้าตัวเดียว ดร็อกบาก็จะคุกคามในเขตโทษฝั่งตรงข้ามมากกว่าอเนลก้า แม้อเนลก้าจะเร็วกว่าแต่เขาเป็นผู้เล่นที่เหมาะจะเล่นในเกมสวนกลับ แต่เมื่อพูดถึงการปะทะที่ดุเดือด ความแข็งแกร่งของร่างกายและการโหม่งทำประตู ความสามารถด้านนี้ของเขาแค่กลางๆ
แลมพาร์ดและคนอื่นๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมชายแก่ชาวบราซิลคนนี้จึงเก็บดร็อกบาที่ดีกว่าไว้และใช้อเนลก้า หากเป็นการเล่นสวนกลับใส่ทีมเก่งๆ ความสามารถของอเนลก้าก็ไม่เลว แต่ในเกมแบบนี้เมื่อคุยต้องอาศัยเกมบุกที่ปะทะกันอย่างดุเดือด การวางอเนลก้าที่เก็บบอลไม่เก่งไว้เดี่ยวๆ ยืนปะทะกับกองหลังของฝ่ายตรงข้ามนั้น มันเหมือนกับเชลซีเสียนักเตะในสนามไปคนนึงฟรีๆเลย นอกจากนี้อเนลก้ายังค่อนข้างอืดทำอะไรไม่ได้ การบุกในครึ่งแรกของเชลซีมันติดๆขัดๆเพราะว่าขาดตัวเก็บบอลในแนวหน้า
“โจ! ครึ่งหลังพักก่อน!!”
คำพูดของสโคลารี่ทำให้เหล่าขุนพลของเชลซีมองหน้ากัน
แทนที่โจโคล?
นี่คือ.... เขาอยากเล่นหน้าคู่?
เชลซียังไม่เคยลองรูปแบบกองหน้าคู่ในฤดูกาลนี้
โจ โคลก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาไม่ได้คิดว่าเหยื่อที่จะถูกเปลี่ยนกับดร็อกบาจะเป็นตัวเขาเอง...แต่นี่มันช่วยไม่ได้ ถึงยังไงทีมก็จำเป็นต้องบุก การเปลี่ยนมาเล่นหน้าคู่จะเป็นการเสริมเกมรุก โจโคลเข้าใจดี
“เอาล่ะ ตอนนี้เรามีกองหน้าสองคนในสนามแล้ว!” สโคลารีมองนักเตะเชลซีรอบตัวเขา
“ตอนนี้เรามีกองหน้าอยู่สองคน ดังนั้น คนหนึ่งต้องเล่นด้านข้าง และอีกคนอยู่ตรงกลาง บางครั้งก็สลับกัน!”
แลมพาร์ดเงยหน้าขึ้น...
ชายแก่คนนี้...ความดื้อรั้นของเขาทำให้แลมพาร์ดละเหนื่อยใจ...
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะเล่นกองหน้าคนเดียว...อเนลก้าและดร็อกบาคือตัวเลือกที่เหมาะจะเล่นปีกเหรอ? สองคนนี้เป็นศูนย์หน้าทั้งคู่!
“ฉันไม่เล่นปีกหรอกนะ!” อเนลก้าเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่
ดร็อกบาขมวดคิ้ว ถ้าแกไม่เล่นปีก แล้วจะให้ฉันไปเล่นรึไง?
เมื่อดร็อกบากำลังจะลุกขึ้นและสั่งสอนชาวฝรั่งเศสที่ไม่รู้จักประเมินตัวเอง ประตูห้องล็อกเกอร์ก็ถูกผลักเข้ามา
อับบลาเข้ามา
ในห้องล็อกเกอร์เงียบสงบ
สโคลารี่รู้สึกอายนิดหน่อย ด้านหนึ่งการที่อับบลาโมวิชเข้ามาก็ช่วยหยุดความขัดแย้งที่กำลังจะเกิด แต่ในทางกลับกันเขาก็ไม่ชอบที่อับบลาเข้ามายุ่มย่ามในห้องแต่งตัว
ห้องล็อกเกอร์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีแค่นักเตะและโค้ชเท่านั้นที่รับรู้เรื่องราวข้างใน นักเตะคนไหนที่แพร่งพรายเรื่องราวออกไปจะถูกแบนโดยนักเตะคนอื่น
คนนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องล็อกเกอร์ โดยเฉพาะช่วงพักครึ่ง!
"ฉันต้องการชนะ!!!" ชายชาวรัสเซียไม่ได้สนใจประเพณีดั้งเดิมของฟุตบอล! !
"ทำไมเรายังไม่ถล่มมัน!! ปล่อยให้ไอ้เจ้กที่พูดจาใหญ่โตมาชูคออยู่ในสนาม!!"
อับบลาโมวิชคำราม หน้าของชายรัสเซียแดงก่ำ การหายใจของเขาหนักหน่วงหน้าอกสะท้อนขึ้นลงในห้องล็อกเกอร์ฝั่งเจ้าบ้านที่กว้างขวาง จากนั้นเขาก็สะบัดหน้าเดินออกจากไปพร้อมกับกระแทกปิดประตูดังลั่น
...
ยิง!
เกาป๋อเคาะไปที่กระดานแทคติกด้วยมือเดียว!
"เล่นเกมรับอีก 20 นาทีในครึ่งหลัง!!! และจะเห็นผู้ชนะในนาทีที่ 70!!!"
นักเตะของลูตันกำลังนั่งอยู่รอบๆ เมื่อเทียบกับห้องล็อกเกอร์ของทีมเจ้าบ้านที่กว้างขวาง ห้องล็อกเกอร์ของทีมเยือนดูเล็กและคับแคบ ผนังห้องก็กั้นเสียงไม่มิด เสียงในสนามดังลองเข้ามาอย่างชัดเจนทำให้เกาป๋อไม่สามารถสื่อสารด้วยเสียงปกติ เขาต้องตะโกนแข่งเสียงข้างนอกเพื่อให้เหล่านักเตะได้ยิน
อดัม ไวท์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เกาป๋อบอกเขาแล้วว่าเขาจะได้ลงสนามประมาณนาทีที่ 65 ของครึ่งหลัง และเขาจะเป็นศูนย์กลางเกมรุกของทีม! !
"นายจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้!!!"
เมื่อเกาป๋อตบไหล่อดัมและพูดอย่างนั้น อดัมก็แทบจะตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
นี่คือเกมกับเชลซี การเป็นนักเตะที่จะเปลี่ยนเกมเมื่อเผชิญหน้าทีมที่แข็งแกร่ง ทำให้อดัม ในวัย 17 ปีรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
“อย่าตื่นเต้นไปเลยไอ้หนู” เกาป๋อลูบผมหยิกหนาของอดัม "ใจเย็นๆ!! ในฐานะนักเตะอาชีพ นายควรสงบสติอารมณ์ตลอดเวลา ยกเว้นหลังจากทำประตูได้!!"
"ครับบอส!!!"
อดัม ไวท์ยืดหน้าอกของเขาและยิ้มออกมาในห้องล็อกเกอร์
เวลาพักครึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อนักเตะทั้งหมดเดินออกจากห้องล็อกเกอร์ เกาป๋อมองไปที่แผ่นหลังนักเตะของเขา
หลังเอาชนะเชลซี เด็กพวกนี้หลายคนคงจะโด่งดัง...
เกาป๋อยิ้ม เขาเดินออกจากห้องล็อกเกอร์และปิดประตู
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น